ปรึกษาผลิตภัณฑ์กับเรา

โรคมะเร็งมีกี่ระยะ? 7 อาการสัญญาณเตือนที่ควรระวัง

24-Mar-2025     อ่าน : 26 คน


โรคมะเร็งมีกี่ระยะ? 7 อาการสัญญาณเตือนที่ควรระวัง

“มะเร็ง” ถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของไทย และคำถามคาใจที่หลายคนมักจะถามคือ "มะเร็ง มีกี่ระยะ?" มะเร็งแบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกัน โดยการแบ่งระยะเป็นตัวบ่งบอกถึงการลุกลามและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังเป็นตัวกำหนดแนวทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการผ่าตัด การฉายแสง การทำเคมีบำบัด หรือการรักษาแบบประคับประคอง

ก่อนจะไปเรียนรู้ว่า มะเร็งมีกี่ระยะ และแต่ละระยะเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักกับโรคมะเร็งกันก่อน

โรคมะเร็ง คืออะไร

เซลล์มะเร็งและกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่

มะเร็ง (Cancer) คือ โรคที่เกิดจากการเติบโตของเซลล์ผิดปกติที่ไม่สามารถควบคุมได้ เซลล์เหล่านี้สามารถเติบโตและแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อที่อันตรายและอาจแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายได้ ซึ่งโรคมะเร็งสามารถเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกายและเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพันธุกรรม พฤติกรรม หรือสิ่งแวดล้อม

มะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย คือ มะเร็งตับ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การดื่มแอลกอฮอล์ และการรับสารพิษอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งมาจากเชื้อราในถั่ว ข้าว และธัญพืช

มะเร็งปอด เป็นอีกหนึ่งชนิดที่พบได้บ่อยและยังเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของคนไทย (รองจากมะเร็งตับ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ รวมไปถึงฝุ่น PM2.5 ที่สามารถเพิ่มโอกาสของมะเร็งปอดได้ถึง 1.4 เท่า 

อ่านเรื่องราวความสำเร็จของคุณวีรพงศ์กับการเอาชนะมะเร็งตับในวัย 57 ปี

มะเร็งมีกี่ระยะ อะไรบ้าง

แพทย์กำลังอธิบายผลเอกซเรย์เต้านมให้ผู้ป่วย

โรคมะเร็งแบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกัน แต่จะสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ “ระยะ 0” หรือ “Carcinoma in situ” ซึ่งหมายถึงระยะที่เซลล์ผิดปกติเริ่มกระจุกตัวกัน แต่ยังไม่มีการแทรกตัวไปยังเนื้อเยื่อชั้นปกติ โดยเซลล์เหล่านี้ยังไม่จัดว่าเป็นเซลล์มะเร็ง ไม่มีส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่มีความเสี่ยงที่จะลุกลามและกระจายตัวหากปล่อยทิ้งไว้ การรักษาจึงสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ระยะ 0 เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการดำเนินของโรคนั่นเอง

4 ระยะของโรคมะเร็ง

  • ระยะ 1: เป็นระยะที่เซลล์ผิดปกติรวมตัวกันจนเป็นก้อน ขนาด 3-5 เซนติเมตร อยู่ในอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เป็นจุดกำเนิด และมักจะยังไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ 
  • ระยะ 2: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น ยังอยู่คงอยู่ในเนื้อเยื่อและอวัยวะจุดกำเนิด โดยผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการแบบไม่เฉพาะเจาะจง
  • ระยะ 3: หรือเรียกว่า มะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งเป็นระยะที่ก้อนมะเร็งโตขึ้นและแทรกตัวไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะรอบข้างและเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง ผู้ป่วยเริ่มมักมีอาการผิดปกติที่มีความรุนแแรงขึ้นเรื่อย ๆ 
  • ระยะ 4: เป็นระยะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ห่างออกไปจากจุดกำเนิด(Metastasis) หรือเรียกว่าเป็นระยะที่พบก้อนมะเร็งมากกว่า 1 จุดในร่างกาย เช่น ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 มักพบเซลล์มะเร็งในตับ ปอด หรือสมอง เป็นต้น อาการของมะเร็งระยะที่ 4 จึงรุนแรงและมีกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย และการรักษาให้หายขาดก็เป็นไปได้น้อยอีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูง

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า มะเร็งสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะ 0 ซึ่งเป็นระยะที่โรคยังไม่แสดงอาการ เราจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรอง (Screening) เพราะการเริ่มรักษาโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะต้น ๆ ย่อมให้โอกาสการหายขาดมีมากกว่าและทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตต่อได้อย่างมีคุณภาพด้วย

ผู้ป่วยกำลังกรอกแบบฟอร์มประวัติสุขภาพเพื่อรับการตรวจ

แนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็ง

  • ผู้หญิง อายุ 30 – 39 ปี ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมทุก 3 ปี และควรตรวจประจำทุกปีเมื่อมีอายุ 40 ขึ้นไป 

  • ผู้หญิง อายุ 30 – 65 ปี ควรตรวจ pap smear ทุก 3 ปีเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • ผู้ชาย อายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยการเจาะเลือดวัดระดับ PSA
  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปีเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ และเริ่มตรวจด้วยการส่องกล่องระบบทางเดินอาหารทุก ๆ 5-10 ปี
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดที่มีอายุ ที่อายุ 50 ขึ้นไป รวมถึงผู้ที่เลิกบุหรี่ไปแล้วภายใน 15 ปี และผู้ต้องสัมผัสกับฝุ่น ควัน หรือแร่ใยหินเป็นประจำ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอดทุกปี
  • ผู้ที่มีประวัติตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หรือตับแข็ง ควรตรวจคัดกรองมะเร็งตับทุกปี

7 อาการอันตราย ที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง

อาการของโรคมะเร็งย่อมขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและระยะของตัวโรค อีกทั้งในระยะแรก อาการมักจะไม่มีความรุนแรงและไม่เฉพาะเจาะจงจึงอาจถูกละเลย โดย 7 อาการที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง มีดังนี้

  1. ไฝ ติ่งเนื้อ หูด หรือปาน ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย มีอาการคัน หรือปริแตกเป็นแผล
  2. มีก้อนหรือมีตุ่มบวม บริเวณต่อมน้ำเหลือง เช่น คอ ใต้รักแร้ หรือขาหนีบ
  3. มีแผลเปิดเรื้อรัง 
  4. มีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เสียงแหบลง
  5. ขับถ่ายผิดปกติ หรือมีมูกเลือดในอุจจาระ
  6. เลือดกำเดาไหลบ่อย และมักไหลจากจมูกข้างเดียว
  7. มีกลิ่นปากรุนแรงอย่างผิดปกติ

โดยหากพบว่ามีอาการเหล่านี้เป็นเวลานาน หากสาเหตุไม่ได้หรือไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

หวังว่าบทความนี้จะช่วยตอบคำถามเรื่องระยะของมะเร็ง และช่วยให้คุณเข้าใจถึงตัวโรคได้มากยิ่งขึ้น สำหรับท่านที่กำลังมองหาตัวช่วยในการต่อสู้กับโรคร้ายแบบนี้ ยาน้ำเทียนเซียน เป็นหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยบำรุงเลือด ฟื้นฟูร่างกาย และช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ 

ยาน้ำเทียนเซียน ประกอบด้วยสมุนไพร 14 ชนิตตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนจีน มีสรรพคุณในการขับร้อนถอนพิษ  ลดผลข้างเคียงของคีโมและการผ่าตัด อีกทั้งยังลดความเสี่ยงของการเกิดซ้ำและการแพร่กระจาย โดยผ่านการวิจัยและเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐาน GMP และ ถูกรับรองโดย US FDA แล้ว สามารถใช้ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันได้อย่างปลอดภัย บำรุงร่างกายให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอยากอาหาร ทานง่าย หลับสนิท และมีแรงในทุก ๆ วัน

สนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ LINE: @tianxian

ปรึกษาผลิตภัณฑ์ยาจีน

กรุณากรอกแบบฟอร์ม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Tag ที่เกี่ยวข้อง

ระยะ มะเร็ง โรคมะเร็ง มะเร็งมีกี่ระยะ อาการ

รู้จักโรคมะเร็ง

มะเร็งกับการรักษา

มะเร็งกับการดูแล