ปรึกษาผลิตภัณฑ์กับเรา

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ใส่สายสวนปัสสาวะและเปลี่ยนถุงปัสสาวะ

12-Mar-2019     อ่าน : 32093 คน


 

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ใส่สายสวนปัสสาวะและเปลี่ยนถุงปัสสาวะ

ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอาจมีปัญหาไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้จำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะ

การดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ  ปฏิบัติดังนี้

1. ทำความสะอาด  ผิวหนังรอบๆ บริเวณสายสวนปัสสาวะทุกวัน  โดยใช้น้ำสบู่และตามด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก  ในขณะอาบน้ำประจำวัน  หรือขณะเช็ดตัวและหลัง   จากถ่ายอุจจาระ

2. ดูแลให้ปัสสาวะไหลลงสู่ถุงรองรับปัสสาวะได้สะดวกสังเกตและระวังไม่ให้มีการรั่วซึม  หรือตรวจสอบให้สายไม่เกิดการหัก  พับ  หรืองอ  หรืนอน/นั่งทับสาย  ที่เป็นเหตุให้ปัสสาวะไหลลงถุงไม่สะดวกหรือไหลลงถุงไม่ได้

3. ใช้พลาสเตอร์ยึดติดสายสวนปัสสาวะให้อยู่กับที่โดยมีการติดดังนี้

  • ผู้หญิง ติดที่โคนขาด้านใน
  • ผู้ชาย ติดที่โคนขาด้านหน้า  หรือที่บริเวณหน้าท้อง

ควรเปลี่ยนจุดติดสายสวนปัสสาวะทุกวัน  ดูแลไม่ให้สายตึงมากและระวังไม่ให้สายสวนปัสสาวะขยับเข้า-ออก  เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะทางรอยต่อช่องทางข้าวของสายสวน  ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

4. ควรแขวนหรือจัดให้ถุงเก็บปัสสาวะอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งของกระเพาะเสมอไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่ง  นอน  หรือเดิน   ไม่ควรวางไว้ที่โต๊ะหรือเก้าอี้  และควรตั้งปากถุงขึ้นเสมอตลอดเวลา
5. ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นลงเตียงควรล็อคสาย หรือหักพับสายสวนปัสสาวะไว้  ป้องกันกันการไหลย้อน  แต่ถ้าอยู่ในขณะเดินอาจผูกติดไว้กับขาของผู้ป่วย  ถ้าสายสวนปัสสาวะยาวเกินไปให้ม้วนเป็นวงกลม
6. ควรเทน้ำปัสสาวะออกจากถุงเมื่อมีน้ำปัสสาวะประมาณ 3 ใน 4 ของถุง  หลังจากเทปัสสาวะออก  อย่าลืมปิดล็อคท่อระบายและเช็ดปลายท่อก่อนและหลังเทปัสสาวะทุกครั้งด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์เสมอ
7. ถ้าสายสวนปัสสาวะเลื่อนหลุดให้ไปพบแพทย์และพยาบาล  ถึงเก็บปัสสาวะรั่วซึมให้เปลี่ยนถุงปัสสาวะได้เองตามคำแนะนำของโรงพยาบาล
8. ห้ามดึงสายสวนปัสสาวะออกเอง  เนื่องจากปลายท่อด้านในมีลูกโป่งอยู่  ซึ่งจะทำให้ท่อปัสสาวะเกิดการฉีกขาดหรือเป็นแผลได้

บางท่านที่ต้องคาสายสวนเป็นเวลานานๆ จำเป็นต้อง

  • เปลี่ยนถุงเก็บปัสสาวะทุก 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างช้า (การเปลี่ยนทำตามคำแนะนำของโรงพยาบาล)
  • เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะทุก 4 สัปดาห์หรือ 1 เดือน  บางรายถ้าสายอุดตันอาจต้องเปลี่ยนก่อนเวลาที่กำหนดโดยไปเปลี่ยนที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยที่ไปได้สะดวก

การปฏิบัติตัวเมื่อคาสายสวนปัสสาวะ

  1. ดื่มน้ำหรือจัดให้ผู้ป่วยได้รับน้ำอย่างน้อยวันละประมาณ 8-10 แก้ว
  2. กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อยืดระยะเวลาการเกิดตะกอนในกระเพาะปัสสาวะ
  3. ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังเทปัสสาวะออกจากถุงเก็บปัสสาวะเสมอ
  4. สังเกตปริมาณ  ลักษณะ  และสีของปัสสาวะ  หากปริมาณน้อย  มีตะกอนขุ่น  สีผิดปกติให้ไปโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยที่สะดวก

 

 

ปรึกษาผลิตภัณฑ์ยาจีน

กรุณากรอกแบบฟอร์ม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Tag ที่เกี่ยวข้อง

ความรู้มะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง มะเร็งระยะสุดท้าย

มะเร็งกับการดูแล

มะเร็งกับการรักษา

มะเร็งกับอาหาร