รู้จักมะเร็งต่อมน้ำเหลือง: ภัยร้ายจากระบบภูมิคุ้มกัน
24-Oct-2014
อ่าน : 4968 คน
.jpg)
รู้จักมะเร็งต่อมน้ำเหลือง: ภัยร้ายจากระบบภูมิคุ้มกัน
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ ลิมโฟม่า (Lymphoma) เป็นโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับระบบน้ำเหลืองในร่างกาย ระบบน้ำเหลืองทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบไปด้วยอวัยวะน้ำเหลือง เช่น ม้าม และไขกระดูก ภายในอวัยวะเหล่านี้จะเต็มไปด้วยน้ำเหลือง ซึ่งมีหน้าที่นำเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) และภูมิคุ้มกันร่างกายไปทั่วร่างกาย ความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้นมา มะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถพบได้บริเวณต่าง ๆ เช่น คอ รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา ช่องอก ช่องท้อง ลำไส้ กระเพาะ ตับ ม้าม ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร หรือระบบประสาท
ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma) พบได้น้อย ประมาณ 10% ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด มักพบในเด็กและวัยรุ่น
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma) พบได้บ่อย ประมาณ 90% ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด มักพบในวัยผู้ใหญ่
สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
สาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้
- พันธุกรรม: บุคคลที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: บุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมากกว่าคนทั่วไป
- การติดเชื้อ: การติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสเอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr Virus) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- สารเคมี: การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น สารกัมมันตรังสี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อมน้ำเหลืองที่เป็นมะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพ และความต้องการของผู้ป่วย โดยทั่วไปจะมีอาการดังต่อไปนี้
- อาการทั่วไป: อ่อนเพลีย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ
- อาการเฉพาะ: ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อมน้ำเหลืองที่เป็นมะเร็ง เช่น อาการไทรอยด์เป็นพิษ อาการคอร์ติซอลต่ำ อาการเบาหวาน อาการต่อมลูกหมากโต
การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
แพทย์จะวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโดยอาศัยวิธีดังต่อไปนี้
1. ซักประวัติ: แพทย์จะซักประวัติสุขภาพทั่วไป อาการ ปัจจัยเสี่ยง เช่น มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ เคยสัมผัสสารเคมีหรือรังสีมาก่อนหรือไม่ มีโรคประจำตัวอื่นๆ อะไรบ้าง เป็นต้น
2. ตรวจร่างกาย: แพทย์จะตรวจร่างกายทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง เช่น ตรวจคอ รักแร้ ขาหนีบ ช่องท้อง เป็นต้น เพื่อดูว่ามีต่อมน้ำเหลืองโตหรือไม่ โตมากแค่ไหน แข็งหรือไม่ เคลื่อนที่ได้หรือไม่
3. ตรวจเลือด:
- ตรวจ CBC (Complete Blood Count) เพื่อดูจำนวนเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือด
- ตรวจ LDH (Lactate Dehydrogenase) เป็นเอนไซม์ที่พบในเซลล์มะเร็ง ระดับ LDH ที่สูงอาจบ่งบอกถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- ตรวจ Beta-2 Microglobulin เป็นโปรตีนที่พบในเม็ดเลือดขาว ระดับ Beta-2 Microglobulin ที่สูงอาจบ่งบอกถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- ตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr Virus)
4. การตรวจภาพ:
- อัลตราซาวด์: ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพของต่อมน้ำเหลือง สามารถดูขนาด รูปร่าง และโครงสร้างของต่อมน้ำเหลืองได้
- CT Scan (Computed Tomography): ใช้รังสีเอกซ์สร้างภาพตัดขวางของร่างกาย สามารถดูขนาด รูปร่าง และโครงสร้างของต่อมน้ำเหลือง รวมไปถึงอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
- MRI (Magnetic Resonance Imaging): ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุสร้างภาพของร่างกาย สามารถดูรายละเอียดของต่อมน้ำเหลือง รวมไปถึงเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ดีกว่า CT Scan
- PET Scan (Positron Emission Tomography): ใช้สารกัมมันตรังสีติดกับน้ำตาล ฉีดเข้าร่างกาย และใช้เครื่องตรวจจับรังสีเพื่อดูการกระจายของเซลล์มะเร็ง
5. การตรวจชิ้นเนื้อ:
- เป็นวิธีการวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่แน่นอนที่สุด โดยแพทย์จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ และเป็นชนิดใด
- การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเจาะเข็ม การผ่าตัดแบบเปิด หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
ระยะของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
เมื่อวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้แล้ว แพทย์จะจัดระยะของโรค เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค และวางแผนการรักษา โดยแบ่งระยะของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้
- ระยะ I: มะเร็งอยู่เฉพาะในต่อมน้ำเหลือง 1 แห่ง
- ระยะ II: มะเร็งอยู่ต่อมน้ำเหลือง 2 แห่งขึ้นไป แต่ อยู่ในบริเวณเดียวกันของร่างกาย
- ระยะ III: มะเร็งอยู่ต่อมน้ำเหลือง 2 แห่งขึ้นไป และ อยู่ในบริเวณที่ต่างกันของร่างกาย
- ระยะ IV: มะเร็งลามไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ม้าม ปอด หรือกระดูก
รู้จักโรคมะเร็ง
มะเร็งกับการรักษา
มะเร็งกับการดูแล