มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้ทัน รู้เร็ว รักษาได้
04-Jul-2014
อ่าน : 4646 คน
.jpg)
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้ทัน รู้เร็ว รักษาได้
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับ โรคเหล่านี้มักไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น เมื่อมีอาการมักเป็นในระยะลุกลาม ทำให้การรักษายาก และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
รู้จักมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร หมายถึงมะเร็งที่เกิดขึ้นในอวัยวะใดๆ ของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน และทวารหนัก
สาเหตุของมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
สาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งระบบทางเดินอาหารยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้
- พันธุกรรม: บุคคลที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งระบบทางเดินอาหาร จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- การรับประทานอาหาร: การทานอาหารที่มีไขมันสูง เนื้อแดงแปรรูป อาหารหมักดอง และอาหารรมควัน เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
- การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งระบบทางเดินอาหารทุกชนิด
- การดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร คอหอย และตับ
- โรคอ้วน: โรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตับ และตับอ่อน
- การติดเชื้อ: การติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B ไวรัสตับอักเสบ C เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ
อาการของมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
อาการของมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพ และความต้องการของผู้ป่วย โดยทั่วไปจะมีอาการดังต่อไปนี้
- อาการทั่วไป: อ่อนเพลีย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ
- อาการเฉพาะ: ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง เช่น อาการกลืนลำบาก อาการแน่นท้อง อาการปวดท้อง อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการท้องเสีย อาการท้องผูก อาการไอเรื้อรัง อาการหายใจลำบาก อาการเสียงแหบ อาการปวดศีรษะ อาการตาเหลือง อาการบวม เป็นต้น
การวินิจฉัยมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
แพทย์จะวินิจฉัยมะเร็งระบบทางเดินอาหารโดยอาศัยวิธีดังต่อไปนี้
- ซักประวัติ: แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ อาการ ปัจจัยเสี่ยง
- ตรวจร่างกาย: แพทย์จะตรวจร่างกายทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง
- การตรวจเลือด: ตรวจวัดระดับฮอร์โมน สารเคมี และเซลล์ในเลือด
- การตรวจภาพ: เช่น อัลตราซาวด์ CT Scan MRI หรือ PET Scan เพื่อดูขนาด รูปร่าง และโครงสร้างของก้อนเนื้อ หรืออวัยวะที่ผิดปกติ
- การตรวจชิ้นเนื้อ: เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ หรืออวัยวะที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ และเป็นชนิดใด
การรักษามะเร็งระบบทางเดินอาหาร
การรักษามะเร็งระบบทางเดินอาหาร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และความต้องการของผู้ป่วย
โดยทั่วไป วิธีการรักษาหลักๆ ที่ใช้รักษามะเร็งระบบทางเดินอาหาร มีดังนี้
1. การผ่าตัด
- เป็นวิธีการรักษาหลักสำหรับมะเร็งระยะแรกๆ
- แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อร้ายและต่อมน้ำเหลืองที่ติดเชื้อออก
- การผ่าตัดอาจทำแบบเปิดหน้าท้อง หรือแบบส่องกล้อง
- ในบางราย ผู้ป่วยอาจต้องผ่าตัดเอาอวัยวะบางส่วนออก เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หรือตับอ่อน
2. ยาเคมีบำบัด
- ยาเคมีบำบัดใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง
- ยาอาจให้เป็นยาเม็ด ยาฉีด หรือให้ทางหลอดเลือดดำ
- ผู้ป่วยอาจได้รับยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัด เพื่อย่อขนาดของเนื้อร้าย
- หรืออาจได้รับยาเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่
- ยาเคมีบำบัดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วง อ่อนเพลีย
3. การฉายรังสี
- การฉายรังสีใช้รังสีพลังงานสูงฆ่าเซลล์มะเร็ง
- การฉายรังสีอาจทำควบคู่กับการผ่าตัด หรือยาเคมีบำบัด
- การฉายรังสีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวหนังไหม้ รู้สึกแสบร้อน ปากแห้ง
4. ยาภูมิคุ้มกันบำบัด
- ยาภูมิคุ้มกันบำบัดช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
- ยาภูมิคุ้มกันบำบัดอาจใช้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่นๆ
- ยาภูมิคุ้มกันบำบัดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย ผื่นคัน ปวดกล้ามเนื้อ
5. การรักษาแบบประคับประคอง
- การรักษาแบบประคับประคอง มุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการและความเจ็บปวดของผู้ป่วย
- การรักษาแบบประคับประคองอาจรวมถึง การให้อาหารทางหลอดเลือด การให้อ๊อกซิเจน การใช้ยาแก้ปวด และการดูแลด้านจิตใจ
การรักษามะเร็งระบบทางเดินอาหาร แต่ละบุคคลอาจได้รับการรักษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษามะเร็งระบบทางเดินอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
รู้จักโรคมะเร็ง
มะเร็งกับการรักษา
มะเร็งกับการดูแล