18-Mar-2025 อ่าน : 42 คน
การรักษามะเร็งตับใช้พลังงานมากและส่งผลให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และขาดพลังงาน ซึ่งกระทบคุณภาพชีวิตและการฟื้นตัว การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงสำคัญ เพื่อเพิ่มพลังงานและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
1. อาหารที่มีโปรตีนสูง
โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหายจากการรักษามะเร็งตับ นอกจากนี้ โปรตีนยังช่วยเพิ่มพลังงานและลดอาการอ่อนเพลียได้ดี แหล่งโปรตีนที่ดีสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ ได้แก่:
เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา
ไข่ โดยเฉพาะไข่ขาว
ถั่วและธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา
ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด โยเกิร์ต
2. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย แต่ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ย่อยช้าและให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เช่น:
ข้าวกล้อง
ขนมปังโฮลวีต
ข้าวโอ๊ต
อาหารเหล่านี้ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และลดอาการเหนื่อยล้าจากพลังงานที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
3. ไขมันดี
ไขมันดี เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ แหล่งไขมันดีที่แนะนำ ได้แก่:
ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ทูน่า
อะโวคาโด
น้ำมันมะกอก
4. ผักและผลไม้สด
ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบในร่างกาย ผู้ป่วยมะเร็งตับควรรับประทานผักและผลไม้หลากสี เช่น:
ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รี สตรอเบอร์รี
แครอทและฟักทอง ซึ่งอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน
5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การขาดน้ำอาจทำให้อาการอ่อนเพลียแย่ลงได้ ผู้ป่วยมะเร็งตับควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน หรือดื่มน้ำสมุนไพรที่ไม่เติมน้ำตาลเพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่น
6. อาหารเสริมและวิตามิน
ในบางกรณี ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินเพื่อช่วยเพิ่มพลังงานและเสริมสร้างร่างกาย เช่น วิตามินบีรวม วิตามินดี และสังกะสี แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมใดๆ
7. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อ่อนเพลีย
ผู้ป่วยมะเร็งตับควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้อาการอ่อนเพลียแย่ลง เช่น:
อาหารแปรรูป ที่มีโซเดียมสูง
น้ำตาลทรายขาว และของหวาน
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมเป็นวิธีสำคัญในการเพิ่มพลังงานและช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งตับรู้สึกดีขึ้น ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไขมันดี และผักผลไม้สด พร้อมทั้งดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อ่อนเพลีย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนการกินที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน