มะเร็งต่อมน้ำเหลือง: โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม
01-Dec-2020
อ่าน : 653 คน
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ลิมโฟมา" (Lymphoma) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบน้ำเหลือง ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มะเร็งชนิดนี้พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ตอนปลาย
บทความนี้มุ่งหวังให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ "มะเร็งต่อมน้ำเหลือง" ดังนี้
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดขึ้นได้อย่างไร?
สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อกันว่าเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ดังนี้
พันธุกรรม: บุคคลที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าบุคคลทั่วไป
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: บุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมากกว่าบุคคลทั่วไป
การติดเชื้อ: การติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B ไวรัสเอปสไตน์-บาร์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
สารเคมี: การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น เบนซีน สารกำจัดแมลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma): พบได้น้อยกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน มักพบในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma): พบได้บ่อยกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน แบ่งออกเป็นหลายชนิดย่อย มักพบในผู้ใหญ่
สัญญาณเตือนของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค แต่โดยทั่วไปแล้ว อาจมีสัญญาณเตือนดังนี้
มีก้อนโตที่คอ รักแร้ ขาหนีบ หรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย
ไข้เรื้อรังหรือไม่ทราบสาเหตุ
เหงื่อออกตอนกลางคืน
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
คันทั่วร่างกาย
เบื่ออาหาร
ไอเรื้อรัง
หายใจลำบาก
การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง
การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น ขึ้นอยู่กับชนิด ระยะ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยทั่วไปแล้ว วิธีการรักษาหลักๆ ประกอบไปด้วย
เคมีบำบัด: ใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
รังสีรักษา: ใช้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด: กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
การปลูกถ่ายไขกระดูก: ในกรณีที่มะเร็งส่งผลต่อระบบเลือด
โอกาสหายขาดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
โอกาสหายขาดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
ชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง: มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma) มักมีโอกาสหายขาดมากกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma)
ระยะของโรค: มะเร็งที่พบในระยะเริ่มต้น มักมีโอกาสหายขาดมากกว่ามะเร็งที่พบในระยะลุกลาม
อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย: ผู้ป่วยที่อายุน้อยและสุขภาพแข็งแรง มักมีโอกาสหายขาดมากกว่าผู้ป่วยที่มีอายุมากหรือสุขภาพอ่อนแอ
การตอบสนองต่อการรักษา: ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี มักมีโอกาสหายขาดมากกว่าผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี
โดยทั่วไปแล้ว มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินที่พบในระยะเริ่มต้น มีโอกาสหายขาดได้มากกว่า 90% while non-Hodgkin lymphoma has a lower cure rate, ranging from 30% to 80% depending on the subtype and stage of the disease.
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทราบโอกาสหายขาดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในแต่ละบุคคล เนื่องจากแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับผลการตรวจวินิจฉัยและผลการรักษา
ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อโอกาสหายขาด ได้แก่
การมีเพศชาย
การมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
การมีโรคประจำตัวบางชนิด
การได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาแบบเข้มข้น
แม้ว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะเป็นโรคร้ายแรง แต่ปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมมีโอกาสหายขาดและมีชีวิตยืนยาวได้
ดังนั้น หากพบสัญญาณเตือนของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
รู้จักโรคมะเร็ง
มะเร็งกับการรักษา
มะเร็งกับการดูแล