โรงพยาบาลจุฬาเจ๋ง ตะลุยสำเร็จ รักษามะเร็ง เม็ดเลือดขาว
25 APR 2562 VIEW: 535

 

     รพ.จุฬาฯ ประสบความสำเร็จใช้เซลล์นักฆ่ารักษา ผู้ป่วย “มะเร็งเม็ดเลือดขาว เฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์” 5 รายรวด เตรียมขยายผลรักษาในกลุ่มผู้ป่วย เตือนอย่าหลงเชื่อ อ้างสรรพคุณช่วย “ชะลอวัย-เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ” เหตุยังไม่มีกฎหมายควบคุมลั่นอันตรายถึงตาย ชี้เซลล์นักฆ่าต้องใช้ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

     ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 23 เม.ย.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วย ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รอง ผอ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเซลล์บำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนพ.อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาโลหิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกันแถลงข่าว “ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยเซลล์นักฆ่า”

     นพ.กรมิษฐ์กล่าวว่า เซลล์นักฆ่าเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในร่างกายมีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้น ทำหน้าที่ตรวจสอบและคอยกำจัดเซลล์ที่มีแนวโน้มทำร้ายร่างกายหรือกลายเป็นมะเร็ง ด้วยความสามารถดังกล่าวจึงได้มีการวิจัยเพื่อนำเซลล์นักฆ่ามาใช้รักษาโรคมะเร็งชนิดต่างๆ โดยการนำเซลล์ออกมาเลี้ยงภายนอกร่างกายด้วยอาหารเลี้ยงเซลล์ชนิดพิเศษเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์นักฆ่า จากนั้นใส่กลับเข้าไปให้ผู้ป่วยผ่านทางหลอดเลือดดำ จากการทดลองทางคลินิกพบว่ามีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมโรคมะเร็งโลหิตวิทยาและป้องกันโรคกลับเป็นซ้ำในมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ โดย รพ.จุฬาฯเริ่มวิจัยตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันมีการใช้ในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ ที่ผ่านการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันมาแล้วแต่กลับมาเป็นซ้ำ มีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 5 ราย ประสบความสำเร็จดี โดยรายแรกได้รับเซลล์นักฆ่าเพียงครั้งเดียว พอตรวจไขกระดูกก็ไม่พบเซลล์มะเร็งแล้ว ขณะนี้ติดตามจนพ้นระยะ 1 ปี ยังไม่พบเซลล์มะเร็งกลับมาอีก ส่วนผู้ป่วยอีก 4 ราย บางรายได้รับ 2 ครั้งบ้าง 3 ครั้งบ้างแล้วแต่คน แต่ขณะนี้ยังไม่พ้นระยะ 1 ปี

     สำหรับระยะเวลาในการติดตามผล จนถึงมั่นใจว่าจะสามารถเป็นการรักษามาตรฐานได้นั้น นพ.กรมิษฐ์กล่าวว่า รายแรกต้องติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ส่วนกลุ่มตัวอย่างนั้นที่จริงมีการวิจัยหลายเฟส ซึ่งจะเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างอีกเป็นกลุ่มใหญ่แต่ต้องใช้เวลา ส่วนการจะให้เซลล์นักฆ่ากับผู้ป่วยที่ยังไม่ผ่านการรักษาด้วยวิธีการใดมาก่อนนั้น เป็นเพียงแนวคิด เพราะมีปัญหาว่าคนกลุ่มนี้มีสภาพร่างกายไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตามในปี 2562 ตั้งใจจะเริ่มดำเนินโครงการต่อเนื่องเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเซลล์นักฆ่าในลำดับต่อไป แต่อยากย้ำว่าทุกอย่างต้องทำภายใต้ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา อย่าไปหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างใช้เซลล์นักฆ่ารักษาได้หลายโรค เนื่องจากปัจจุบันเซลล์บำบัดทุกชนิดยังไม่เป็นการรักษาที่มาตรฐาน ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก ได้ยินมาว่ามีการโฆษณาให้คนไปตรวจการทำงานของเซลล์นักฆ่า หากมีน้อยหรืออ่อนแอก็ให้ไปรับเซลล์เพิ่มเพื่อเป็นการบูทเซลล์นั้น ขอเตือนว่าเซลล์นักฆ่าเมื่อนำกลับเข้าร่างกายจะมีอายุ 2-4 สัปดาห์เท่านั้น

     ด้าน นพ.อุดมศักดิ์กล่าวว่า มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ เป็น 1 ใน 4 ชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาวและเป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ป่วยชาวไทย การรักษามาตรฐานคือให้ยาเคมีบำบัด และปลูกถ่ายไขกระดูก ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่โรคกลับเป็นซ้ำ ทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้ แต่มีส่วนหนึ่งกลับมาเป็นซ้ำและโอกาสรอดชีวิตเกิน 1 ปี ถือว่าน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แต่จากการศึกษาทางคลินิกในต่างประเทศ โดยให้เซลล์นักฆ่าจากผู้บริจาค มีโอกาสควบคุมโรคได้ร้อยละ 40-80 และยังช่วยลดโอกาสการเป็นซ้ำ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้เซลล์นักฆ่า และต้องทำจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะหากผู้ป่วยแพ้อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และผู้ป่วยที่ใช้เซลล์นักฆ่าปัจจุบันต้องเป็นการรักษาภายใต้โครงการวิจัย และอยากเตือนว่าใน 1-2 ปีมานี้

     มีการโฆษณาชวนเชื่ออวดอ้างสรรพคุณเกินจริง มีการเสนอบริการด้านเซลล์บำบัดในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ช่วยชะลอวัย เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ เสริมความงาม ซึ่งการกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นอย่าหลงเชื่อ เพราะนอกจากเสียทรัพย์สินแล้วบางรายยังเสียชีวิต โดยมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อหลังรับเซลล์นักฆ่าที่คลินิกเสริมความงามในฮ่องกง 1 ราย และมี 3 รายต้องแอดมิตในโรงพยาบาล

 

ที่มา : ไทยรัฐ




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ