มะเร็งสู้ได้ ด้วยใจและสมุนไพรจีน
4 DEC 2561 VIEW: 642

     พื้นฐานครอบครัวของดิฉันมี “พันธุกรรม” ของโรคมะเร็งจาก ปู่ ย่า ตา ยาย  เมื่อ 6 ปีก่อน พี่ชายคนโตของดิฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ตับอ่อนคุณหมอตรวจพบว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงครึ่งปี  ครอบครัวของดิฉันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ  ขวนขวายหาหมอเพื่อรักษาพี่ชายคนโตให้หาย  แต่ในที่สุดปลายปีนั้น (ปี 1996) พี่ชายของดิฉันก็ได้เสียชีวิตลง

     ในเดือนสิงหาคม ปี 2000  ฉันไปโรงพยาบาลสถาบันมะเร็งแห่งชาติเพื่อตรวจสุขภาพ  บังเอิญวันนั้นเป็นวันนัดตรวจเต้านมดิฉันจึงลองตรวจดู  ผลปรากฏคือคุณหมอตรวจพบว่าที่เต้านมด้านขวามีเม็ดตุ่มแข็งๆ 2 เม็ดผิดปกติ  เมื่อคลำจะไม่รู้สึกเจ็บและไม่เคลื่อนที่  ลักษณะเหมือนเม็ดถั่วเขียว  มีก้อนเนื้อนูนออกมาประมาณ 3 เซนติเมตร  ดิฉันตกใจมากเพราะเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน  เหมือนกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แต่กลายเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 2

     ดิฉันพยายามสงบสติอารมณ์  จนในที่สุดดิฉันตัดสินใจรับรู้รายละเอียดของโรคก่อน  จึงได้ไปตรวจอีกครั้งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเป็นมะเร็งแน่หรือไม่  คุณหมอพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าใช่  ดิฉันจึงมาคิดว่าจะรักษาด้วยวิธีใด  คนที่ต้องรับการรักษาคือตัวดิฉัน  คนที่จะต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งก็คือตัวดิฉัน  ดังนั้นดิฉันจะไม่มัวแต่ร้องไห้เพราะน้ำตาไม่สามารถช่วยแก้ไขอะไรได้  ดิฉันกลับบ้านพูดกับพี่ๆ และครอบครัว  ทุกคนในบ้านต่างมีความทุกข์ไม่สบายใจ  ตัวดิฉันเองก็ทุกข์ทรมานคิดแต่ว่าทำไมโรคนี้จึงเกิดกับเรา แต่ดิฉันก็จะลองรักษาทุกรูปแบบ

“คนที่จะต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง คือ ตัวดิฉัน ดังนั้นจะไม่มัวแต่ร้องไห้ เพราะน้ำตาไม่สามารถช่วยแก้ไขอะไรได้”

     เนื่องจากเป็นมะเร็งในระยะที่ 2 แล้ว  ก้อนเนื้อเต้านมออกมา 3 เซนติเมตร จะต้องผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด  จากนั้นคุณหมอก็ทำการผ่าตัดก้อนเนื้อส่วนที่ไม่ดีออกจนหมด  และตัดต่อมน้ำเหลืองไต้รักแร้ของฉันออกไป 5 ต่อม การผ่าตัดของฉันนับว่าราบรื่นดี  เจริญอาหารดี  แผลจากการผ่าตัดก็เริ่มหายดีแห้งสนิทไม่มีน้ำเหลืองไหลออกมา

     หลังจากนั้น ฉันต้องรับเคมีบำบัดและฉายแสง โดยคุณหมอจะฉีดยาเคมี 4 ชุดเล็กและ 4 ชุดใหญ่  หลังจากให้เคมีชุดเล็กครั้งแรกฉันก็กลับบ้านไปพักฟื้น แต่หลังจากฉีดเคมีไปได้ 2-3 วัน ผลพวงจากฤทธิ์ของยาทำให้ฉันมีอาการแพ้อย่างหนัก ทั้งอาเจียน เบื่ออาหารเหม็นไปหมดแม้แค่ผ่านห้องครัว มีไข้ 39-40 องศา ต้องเช็ดตัวตลอดทั้งวัน เจ็บปากกลืนกินอะไรลำบากไปหมด นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยล้า ไม่มีแรง เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา ความทรมานแบบนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกท้อถอยกับชีวิต ท้อถอยที่จะต่อสู้มาก ทุกคนในครอบครัวก็ทุกข์ไปด้วย

     เพราะทุกคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดที่อยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงกำลังใจ แม้เราจะอ่อนแอก็มีกำลังใจจากอีกหลายคนมาเสริม ความเป็นห่วงเป็นใยนี้เอง ทำให้พบกับสิ่งดี ๆ และสิ่งที่ช่วยดิฉันไว้มาก คือ เพื่อนพี่ชายได้ทราบข่าวจากโทรทัศน์เรื่อง “ยาน้ำเทียนเซียน”  ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง  ในรายการระบุว่ายานี้ได้ผ่านการทดลองทางคลีนิคจากแพทย์หลายท้องที่ยืนยันว่า “ยาน้ำเทียนเซียน” มีประสิทธิผลในการต้านมะเร็ง  เป็นยาตำรับจีนรักษาโรคมะเร็งที่บุกเบิกและผลิตด้วยเทคนิคที่ทันสมัย  กอปรกับเพื่อนบางคนที่เคยดื่ม “ยาน้ำเทียนเซียน” มาก่อนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าดื่มแล้วสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก

     หลังจากดื่ม “ยาน้ำเทียนเซียน” ผ่านไป 1 เดือน  จึงช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงของการให้เคมีบำบัดอย่างเห็นได้ชัด  เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยโรคเดียวกันและเข้าโรงพยาบาลพร้อมกันแล้ว  สุขภาพและการฟื้นไข้ของดิฉันจะเร็วกว่าคนอื่นมากทีเดียว สุขภาพของดิฉันแข็งแรงขึ้นไม่อ่อนเพลีย  ในปากก็ไม่แห้ง  ไม่อาเจียน  รู้สึกกระปรี้กระเปร่า  ทั้งยังเสริมกำลังวังชาและผิวพรรณดีอีกด้วย

     หลายเดือนต่อมาหมอนัดตรวจ ผลเลือดดีขึ้น ก้อนเนื้อแห้งสนิทเป็นปกติ หมอบอกว่าไม่ต้องฉายแสงแล้ว ตอนนั้นดิฉันรู้เลยว่าทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทุกคนดีใจมาก  คุณหมอเจ้าของไข้และบรรดาเพื่อนฝูงต่างตะลึงกับพลังชีวิตของฉันที่ดื่ม “ยาน้ำเทียนเซียน” ทำให้ฉันพิชิตโรคมะเร็งได้และมีสุขภาพที่แข็งแรง

     การต่อสู้กับโรคมะเร็งนั้นเราต้องระวังการรับประทานอาหาร  ต้องพยายามห้ามใจตนเองอาหารอะไรที่รับประทานไม่ได้ก็อย่าไปแตะเป็นอันขาด  พยายามไม่รับประทานอาหารพวกเนื้อสัตว์และอาหารที่มีไขมัน  ต้องรับประทานให้ครบ 5 หมู่  โดยเฉพาะถั่ว ผักและผลไม้ต่าง ๆ โดยรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย ถึงแม้ว่าดิฉันจะรู้ตัวดีว่าเป็นโรคที่ยากแก่การรักษาแต่ดิฉันก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจจากครอบครัว ดิฉันผ่านพ้นมันมาได้ เพราะทุกคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดที่อยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงกำลังใจ แม้เราจะอ่อนแอก็มีของอีกหลายคนมาเสริม ความเป็นห่วงเป็นใยนี้เอง ทำให้พบกับสิ่งดี ๆ ซึ่งจะทำให้เราพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคร้าย  และพร้อมจะให้เรากลับมาสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบหลังจากที่เราออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน

     ดิฉันกลับมามีร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใสอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเคยผ่านโรคร้ายมาก่อน ดิฉันคิดว่าการที่ได้กำลังใจที่ดี และการรักษาโดยใช้ยาน้ำเทียนเซียนควบคู่เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด ทำให้ฟื้นฟูสุขภาพเร็วกว่าคนอื่น วันนี้ ดิฉันจะบอกกับทุกคนเสมอว่า ถึงแม้ “มะเร็ง” จะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ มะเร็งก็ทำอะไรเราไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าไปกว่านั้น คือ ดิฉันไม่เคยถูกทอดทิ้งให้ต่อสู้เพียงลำพัง คนใกล้ชิด ครอบครัว ทุกคนเป็นคนที่ดิฉันต้องขอบคุณพวกเขามาก รวมไปถึงขอบคุณยาน้ำเทียนเซียน  เพราะดิฉันจะผ่านพ้นการต่อสู้ครั้งใหญ่ในชีวิตมาไม่ได้เลย หากไม่มียาตัวนี้

     ปัจจุบันดิฉันหันมาดูแลตัวเอง เริ่มจากการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ร่วมกิจกรรมกับชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งเพื่อได้รับความรู้ใหม่ ๆ และได้พบเพื่อน ๆ สมาชิก ตลอดปี พ.ศ. 2545-2546 หมอนัดตรวจสุขภาพแมมโมแกรมเต้านม โบนสแกนด์กระดูก ทำ MRI อุลตร้าซาวด์กระเพาะ ตับ ลำไส้ ม้าม ปอด ผลตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง ดิฉันยินดีและดีใจเป็นที่สุด แทบไม่น่าเชื่อเลยดิฉันคิดว่าเป็นผู้โชคดีที่รักษาจนสุขภาพแข็งแรง  เหมือนกับดิฉันได้ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

     ทุกวันนี้แม้จะรักษาหายเป็นปกติแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ดิฉันระลึกอยู่เสมอคือ เราจะต้องมี “พลังชีวิต” ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และผักผลไม้มาก ๆ เนื้อสัตว์ทานบ้างแต่พอควร ของหมักดองจะไม่รับประทาน จะมีโทษต่อร่างกาย ทำให้ดิฉันพิชิตโรคมะเร็งได้ ทุกวันนี้ฉันยังคงดื่ม “ยาน้ำเทียนเซียนและรับประทานยาเม็ดเทียนเซียน” ยาซึ่งทำให้ฉันได้พบกับชีวิตใหม่ที่สดใสในโลกใบเก่าใบนี้

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของ คุณภรณีรัตน์ ผดุงวรศาสตร์ เป็นมะเร็งเต้านมเมื่อปี 2000 ขณะนั้นมีอายุ 40 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี

 

 




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ



บทความที่น่าสนใจ

บทความ ยอดนิยม