รังสีรักษามะเร็ง
5 MAR 2553 VIEW: 14718

รังสีรักษา
(Radio Therapy)


     รังสีรักษา (หรือบางครั้งเรียกว่า radio therapy, x-ray therapy, irradiation) เป็นการรักษาโรค (ซึ่งส่วนใหญ่คือโรคมะเร็ง) โดยการใช้รังสี ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของคลื่นที่มีพลังงานสูงและมีความสามารถในการทะลุผ่านสิ่งต่างๆ ได้ดี เช่น เอกซเรย์ หรือ แกมม่าเรย์ หรืออยู่ในรูปของกระแสของอนุภาค เช่น อิเลคตรอน

รังสีรักษา Radio Therapy


รังสีรักษาทำงานได้อย่างไร ?

     รังสีในปริมาณที่สูงเพียงพอสามารถทำให้เซลล์ตาย หรือทำให้เซลล์หยุดการเจริญเติบโตและหยุดการแบ่งตัวได้ เซลล์มะเร็ง คือ เซลล์ซึ่งเจริญเติบโตและแบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติ จึงทำให้สามารถใช้รังสีในการรักษาโรคมะเร็งได้ อย่างไรก็ตามเซลล์ปกติย่อมได้รับผลกระทบบ้าง แต่เนื่องจากเซลล์ปกติส่วนใหญ่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดี จึงได้ผลกระทบจากรังสีไม่มากเท่ากับเซลล์มะเร็ง เพื่อที่จะปกป้องเซลล์ปกติ แพทย์จะใช้ความระมัดระวังในการกำหนดขอบเขตและปริมาณรังสีทั้งหมด ซึ่งการรักษานี้จะถูกแบ่งให้เป็นครั้งๆ (Fraction) จนครบในช่วงเวลาที่เหมาะสม ในระหว่างการรักษาเซลล์ปกติจะได้รับการกำบังรังสีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


รังสีรักษามีวัตถุประสงค์และประโยชน์อย่างไร ?

     เป้าหมายของรังสีรักษา คือ การทำลายเซลล์มะเร็งโดยมีความเสี่ยงกับเซลล์ปกติน้อยที่สุด รังสีรักษาสามารถใช้ในการรักษามะเร็งหลายชนิดในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี พบว่าผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากมีโอกาสหายขาดจากโรคได้ด้วยการรักษาโดยใช้รังสีเพียงอย่างเดียว หรือร่วมกับการรักษาอื่นๆ

     ลักษณะของการรักษาด้วยรังสีเป็นการรักษาเฉพาะที่เช่นเดียวกับการผ่าตัด ซึ่งรังสีจะมีผลกับเซลล์มะเร็งเฉพาะในบริเวณที่รับการรักษาเท่านั้น ในบางโอกาสแพทย์สามารถใช้รังสีเป็นการรักษาเพิ่มเติมภายหลังการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือชีวบำบัด (Biological therapy) ซึ่งเป็นการรักษาที่สามารถครอบคลุมเกือบทุกส่วนของร่างกาย (Systemic treatment) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มผลการรักษา หรืออาจจะได้ยินแพทย์ใช้คำว่าการรักษาเสริม (Adjuvant treatment) ซึ่งหมายถึงการรักษาเพิ่มเติมภายหลังจากได้รับการรักษาหลัก (Primary treatment)

     รังสีรักษามักถูกใช้ร่วมกับการผ่าตัดในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งแพทย์อาจเลือกใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดของก้อน ทำให้การผ่าตัดง่ายขึ้นและไม่ต้องต้องผ่าตัดมากจนเกินไป หรือใช้ภายหลังการผ่าตัดเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ หรือยังใช้รังสีในระหว่างผ่าตัดได้อีกด้วย (Intraoperative radiation)

     ในบางกรณีแพทย์ใช้รังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด ซึ่งใช้รังสีก่อน ระหว่าง หรือภายหลังเคมีบำบัดก็ได้ ขึ้นกับชนิด ตำแหน่งและระยะของโรค วัตถุประสงค์ของการใช้รังสีก่อนหรือระหว่างการให้เคมีบำบัด เพื่อลดขนาดก้อนและเพิ่มประสิทธิภาพของเคมีบำบัด ส่วนการใช้รังสีรักษาภายหลังเคมีบำบัดก็เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ รังสีรักษาสามารถใช้ในการลดขนาดและลดการกดทับของก้อนมะเร็ง เพื่อลดอาการที่เกิดจากก้อนมะเร็งดังกล่าว เรียกว่าการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ (Palliative care) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย


รังสีรักษามีความเสี่ยงอย่างไร ?


     ผลข้างเคียงโดยตรงของรังสีรักษาเกิดขึ้นเฉพาะในบริเวณที่ได้รับรังสีเท่านั้น แบ่งชนิดตามช่วงเวลาของการเกิดได้ 2 ชนิด คือ ผลข้างเคียงเฉียบพลัน (Acute side effect) และผลข้างเคียงเรื้อรัง (Chronic side effect or Late side effect)
     ผลข้างเคียงเฉียบพลันเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่างรับการรักษา จะมีลักษณะของการอักเสบ บวม หรือลอกตัวของเซลล์ อาการจะขึ้นกับอวัยวะที่ได้รับรังสี ส่วนใหญ่อาการจะกลับคืนเป็นปกติภายหลังจบการรักษา

     ผลข้างเคียงเรื้อรังเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับรังสีไปแล้วเป็นเวลานาน (ส่วนใหญ่มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป) เกิดจากการเสื่อมของอวัยวะที่ได้รับรังสี อาการจะเป็นในลักษณะของการทำงานผิดปกติ ขาดการยืดหยุ่น แข็งตึงมีพังผืดยึดเกาะ การฝ่อ ปริแยกง่าย อักเสบเรื้อรัง จนถึงเซลล์ตายได้
    
     อย่างไรก็ตาม ปริมาณและขอบเขตของบริเวณที่ได้รับรังสี ได้รับการพิจารณาจากแพทย์แล้วว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่มีความเสี่ยงไม่สูง และต้องคำนึงอยู่เสมอว่าถ้าโรคมะเร็งลุกลามมากขึ้น ก็จะเกิดการทำลายเซลล์ปกติที่อยู่ข้างเคียงเช่นกัน


ผู้ป่วยได้รับรังสีรักษาอย่างไร ?

     ผู้ป่วยรับรังสีรักษาได้ 2 ทาง คือ จากภายนอก (External radiation therapy) หรือจากภายใน (Internal radiation therapy) บางคนอาจได้รับทั้ง 2 วิธีร่วมกัน รังสีรักษาส่วนใหญ่ที่ใช้กับผู้ป่วยมักจะเป็นชนิดภายนอก บางครั้งเรียกว่าการฉายรังสี หรือการฉายแสง เครื่องฉายรังสีจะให้รังสีพลังงานสูงไปยังบริเวณที่มีเซลล์มะเร็ง ซึ่งรวมถึงเนื้อเยื่อปกติที่อยู่โดยรอบด้วยตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม เครื่องฉายรังสีแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันบ้าง บางชนิดดีสำหรับมะเร็งที่อยู่ตื้นใกล้กับผิวหนัง หรือบางชนิดอาจเหมาะสำหรับมะเร็งที่อยู่ลึกภายในร่างกาย ที่ใช้มากที่สุด คือ เครื่องเร่งอนุภาค (Linear accelerator) หรือบางเครื่องอาจใช้สารกัมมันตภาพรังสี เช่น Cobalt-60 เพื่อเป็นแหล่งพลังงานรังสี

สรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรังสีรักษา

• รังสีรักษาสามารถนำมาใช้รักษาโรคมะเร็งได้
• รังสีรักษาไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
• การฉายรังสีไม่ทำให้ผู้รับรังสีนำพารังสีไปยังผู้อื่นได้
• การฉายรังสีส่วนใหญ่จะนัดให้ผู้ป่วยมารับการรักษาทุกวันติดต่อกัน 5 วัน และพัก 2 วัน (5 วันต่อสัปดาห์)
• การมารับการฉายรังสีในแต่ละครั้ง ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่การรับรังสีจริงเมื่อผู้ป่วยอยู่ในห้องฉายรังสีตามลำพัง จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ประมาณ 2-10 นาที
• การพักผ่อนอย่างเพียงพอและการรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ มีความสำคัญมากในระหว่างรับการฉายรังสี
• ผลข้างเคียงของการรักษาด้วยรังสีส่วนใหญ่จะเป็นชั่วคราว ขึ้นกับอวัยวะของร่างกายที่ได้รับรังสี

 

* ขอข้อมูลการรักษาและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งโดยละเอียด ฟรี! 
  
คลิกที่นี่ หรือ โทร.02-264-2217-9




ติดต่อที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ