เช็คให้ดี... เป็นแค่ถุงน้ำหรือมะเร็งรังไข่
13 NOV 2562 VIEW: 129

     ปวดท้องเป็นอาการยอดฮิตของสาวๆ เลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงเป็นประจำเดือนก็อาจจะมีอาการปวดมากเป็นพิเศษ แต่ ทราบหรือไม่ว่าอาการปวดท้องช่วงเป็นประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปกติเอาเสียเลย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ถุงน้ำในรังไข่ก็เป็นได้

มาทำความรู้จักกับ ถุงน้ำรังไข่กัน

     ถุงน้ำรังไข่ หรือซีสต์ที่รังไข่ ถึงแม้ว่าถุงน้ำ หรือซีสต์นี้อาจจะเกิดขึ้นแล้วฝ่อไปเองได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มันก็ยังมีถุง น้ำบางอย่างที่ต้องได้รับการผ่าตัด บางครั้งถุงน้ำที่รังไข่อาจทำให้มีอาการรุนแรง เช่นปวดท้องจนเดินไม่ได้ ซึ่งมักจะ เกิดจากภาวะแทรกซ้อนอันได้แก่ การที่ถุงน้ำแตก บิดขั้ว ถ้าถุงน้ำรังไข่แตกอาจจะทำให้มีพังผืดในท้อง ทำให้ปวด ท้องน้อยเรื้อรัง ลามไปถึงการมีลูกยาก ถ้ามีการบิดขั้วเกิดขึ้นอาจทำให้ต้องเสียรังไข่ข้างนั้นไปเลยก็ได้

ถุงน้ำรังไข่...ใช่มะเร็งหรือเปล่า

     ถึงแม้ว่าถุงน้ำรังไข่ จะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้ค่อนข้างน้อย แต่แพทย์ก็ต้องระวังและรอบคอบในการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ ได้แก่ มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่ มีประ วัติเคยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือการอัลตราซาวด์พบลักษณะของถุงน้ำขอบไม่เรียบ มีก้อนเนื้อตันภายใน ตรวจพบน้ำในช่องท้อง และถ้าแพทย์สงสัย อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมสืบค้นในเรื่องของมะเร็งต่อไป

ถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์รังไข่มี 3 ประเภท

1.ถุงน้ำที่เกิดขึ้นได้เองตามฮอร์โมนในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง(Functional Cyst )คือ ถุงน้ำรังไข่ที่เกิด จากการทำงานตามปกติของรังไข่เพื่อสร้างไข่ที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์ของฝ่ายหญิง จะเป็นถุงน้ำที่โตขึ้นเองจากการ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หลังจากนั้นถุงน้ำนี้ก็จะค่อยๆ ยุบตัวไปเอง

2.เนื้องอกรังไข่ (Ovarian Tumor ) คือ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่มะเร็ง) หรือ ชนิดร้ายแรง (มะเร็ง) ก็ได้ โดยมากเนื้องอกแต่ละชนิดมักจะมีลักษณะเฉพาะที่พอจะบอกได้ว่าเป็นชนิดใด เช่น Dermoid Cyst (ถุงน้ำเด อร์มอยด์) ซึ่งภายในถุงน้ำมักจะมีน้ำ, ไขมัน เส้นผม กระดูกและฟัน เมื่อเอ็กซเรย์ดูหรือตรวจอัลตราซาวด์ ก็มักจะ บอกได้ว่าเป็นเนื้องอกชนิดนี้ ส่วนเนื้องอกชนิดที่เป็นมะเร็งบางชนิด จะมีการสร้างสารเคมีที่ตรวจพบว่ามีปริมาณสูง มาก ๆ ในกระแสเลือดได้ เช่น CA 125 ก็สามารถบ่งบอกล่วงหน้าได้ว่าน่าจะเป็นมะเร็ง

3.ถุงน้ำที่คล้ายเนื้องอก (Tumor like condition)คือถุงน้ำที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ที่เกิดขึ้นที่ รังไข่ เมื่อมีรอบเดือนเยื่อบุโพรงมดลูกที่เกาะอยู่ที่รังไข่จะทำให้มีการอักเสบที่รังไข่ กลายเป็นถุงน้ำที่มีของเหลว ภายในคล้ายเลือดเก่าๆ ข้นๆ สีคล้ายช็อกโกแลต จึงเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst)

 มาเช็คกันหน่อยสัญญาณเตือนแบบไหนที่มาพร้อมความเสี่ยง

1.หน้าท้องโตขึ้นผิดปกติ

2.มีอาการปวดท้องน้อย และชอบปวดช่วงมีประจำเดือน

3.ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากขั้วถุงน้ำรังไข่บิดหรือแตก

4.รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการที่ซีสต์โต และไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ

5.ประจำเดือนมามาก หรือมาประปริบกระปรอยผิดปกติ มีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นทุกเดือน วิธีการตรวจของแพทย์

     ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปหรือตรวจเพราะมีอาการปวดท้องน้อย ถ้าผู้ป่วยยังเด็กหรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แพทย์มักจะตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์ที่ท้องน้อย โดยให้ผู้ป่วยกลั้นปัสสาวะให้มีปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมากๆ เสียก่อน จึงจะเห็นมดลูกและรังไข่ได้ชัดเจน บางรายอาจจำเป็นต้องตรวจอัลตราซาวด์ ทางช่องคลอดหรือทางทวาร หนักเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้นก็ได้ ซึ่งหัวตรวจอัลตราซาวด์ที่ใช้ตรวจทางช่องคลอดหรือทวารหนักในปัจจุบันจะ เป็นหัวตรวจเล็กขนาดเท่านิ้วชี้หรือนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น ซึ่งจะไม่ทำให้ผู้ถูกตรวจต้องรู้สึกเจ็บ นอกจากแพทย์จะตรวจ ภายในและอัลตราซาวด์แล้ว การซักประวัติของอาการที่ผิดปกติต่างๆ ประวัติการมีประจำเดือนก็เป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการวินิจฉัยโรค

เมื่อพบถุงน้ำรังไข่แล้วจะรักษาอย่างไร
     กรณีที่สงสัยว่าจะเป็นถุงน้ำรังไข่ชนิด Functional Cyst แพทย์ก็จะนัดตรวจติดตามว่าจะยุบไปเองหรือไม่ บางราย แพทย์อาจจะให้รับประทานยา แล้วนัดมาตรวจซ้ำ ถ้าซีสต์ไม่ยุบหรือโตขึ้น อาจแสดงว่าไม่ใช่ Functional Cyst ก็ จะให้การรักษาหรือผ่าตัดออกนั่นเอง

     กรณีที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน เช่น ถุงน้ำรังไข่แตก ถุงน้ำรังไข่มีขั้วบิด เหล่านี้เกิดได้ทั้ง Functional Cyst และเนื้องอกถุง น้ำรังไข่ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมาก และต้องรับการผ่าตัดรักษาฉุกเฉิน ยกเว้นในรายที่เลือดออกในท้องไม่มาก อาจ สังเกตุอาการภายในโรงพยาบาล ถ้าอาการดีขึ้นก็กลับบ้านได้

     กรณีที่ต้องผ่าตัดไม่ฉุกเฉิน เมื่อแพทย์ตรวจจนมั่นใจแล้วว่าเป็นซีสต์ที่รังไข่ชนิดที่ไม่ใช่ Functional Cyst เช่น ช็อก โกแลตซีสต์ขนาดใหญ่ หรือมีผลต่อการมีบุตรยาก, ซีสต์ที่เป็นเนื้องอกรังไข่ เป็นต้น แพทย์ก็จะวางแผนการรักษา ว่าจะผ่าตัดอย่างไร เช่น ผ่าตัดเปิดหน้าท้องตามปกติ หรือใช้วิธีผ่าตัดแบบส่องกล้อง และจะผ่าตัดเลาะเอาซีสต์ออ กอย่างเดียวดีหรือตัดรังไข่ หรือจำเป็นต้องตัดมดลูกด้วยหรือไม่ เหล่านี้ขึ้นอยู่กับอายุผู้ป่วย ชนิดและขนาดของซีสต์ ความจำเป็นที่จะมีบุตรได้อีก เป็นต้น

ผ่าตัดผ่านกล้อง ตัวช่วยการกำจัดถุงน้ำรังไข่

     การผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery)เป็นการเจาะผ่านช่องท้องประมาณ 4 จุด เพื่อสอดอุปกรณ์ ผ่าตัด และกล้องขนาดเล็กเข้าไปบันทึกภาพ และส่งภาพมายังจอรับซึ่งทำหน้าที่แทนตาของแพทย์ นอกจากนี้ ยังมี เครื่องมือเล็กๆ ที่ช่วยในการผ่าตัด เช่นเครื่องมือจับเนื้อเยื่อ เครื่องมือจี้ห้ามเลือด เครื่องมือตัดและเย็บ การผ่าตัด ผ่านกล้องนี้ยังสามารถเข้าไปถึงจุดเล็กๆ ที่มือแพทย์ไม่สามารถเข้าไปได้ เกิดความกระทบกระเทือนอวัยวะภายใน น้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ทำให้แผลมีขนาดเล็กประมาณ 0.5-1 เซ็นติเมตรเท่า

     ทั้งนี้โรคที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิงนั้นมีอยู่มาก ทั้งมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด ซึ่งล้วนแต่เป็นโรคที่เราต้องใส่ใจมากๆ ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ผู้ หญิงอย่างเราๆ ต้องหมั่นดูแลตัวเองสังเกตอาการและมาตรวจภายในเป็นประจำทุกปี ก็จะช่วยให้พบเจอได้เร็วและ รักษาได้ทัน


ข้อมูลโดย พญ.ถนอมศิริ สติฐิต สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน มะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลเปาโล เกษตร

ปรึกษาปัญหามะเร็งด้วยแพทย์แผนจีน ศูนย์สุขภาพเทียนเซียน ฟรี! โทร.02-264-2217-9




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ